(=*-*=>>Sunflow...'s profile~((o))~โลก~แห่ง~ความฝัน~...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 11 Dear Mother ...if you are listening, no matter where you are
and who you are.
Please deliver the love back to me.
if you are listening, please think about me now
and then I promise that I'll always be a good girl. August 09 ช้างร้อง ซูชิ และโรคซึมเศร้าดูไม่น่าจะนำมา...คุยกันได้
ช้างร้อง...ซูชิ...โรคซึมเศร้า
สามเรื่องที่ไปคนละทาง
แต่มันเกิดขึ้นไล่เลี่ยกัน
เรื่องที่หนึ่ง...เรื่องช้างร้อง
ขณะเล่นอะไรเพลินเพลิน ณ ตอนนี้
เสียงของช้างดังขึ้นมาตั้งหลายที
เมื่อได้ฟังก็เจ็บปวด...หัวใจ
จะทำอะไรได้...ในเมื่อเป็นแบบนี้
สังคมไทยเปลี่ยนไปขึ้นทุกที
ช้างเข้ากรุงช่วยคนอยู่ทุกวัน
เรื่องที่สองเป็นเรื่องของซูชิ
อยู่ดีดีนึกขึ้นมาแล้วก็หิว
อยากจะกิน...อยากจะกิน...อยากจะกิน
ซูชิข้าวปั้น...อร่อยจัง
เรื่องสุดท้ายโรคซึมเศร้า...อันนี้เครียด
วันนี้ว่างมากมาก...อยากฉลาด
จึงเสิร์ชหาเรื่องโรคนี้
เอ๊ะ!ยังไงดูใกล้เคียงเราเต็มที
เห็นที...คงต้องไปหาหมอเอย
***แถม
อย่างที่บอกวันนี้ว่าง...อยากฉลาด
จึงเปิดอ่านเรื่องสาระอยู่หลายหน
โรคมะเร็ง...โรคหัวใจ...เอ๊ะ!ชอบกล?
มันช่างเหมือนตัวเราเข้าทุกที
เหอ~เหอ~ รักพาเราไปMini Concert Mother’s Day
‘แม่ขา...วันนี้ดูพัดและเพื่อนๆร้องเพลงรึเปล่า? สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 4 นอกจากจะซ้อมร้องเพลงโจทย์แล้ว พวกเรายังมีการบ้านที่ครูให้ คือ การแต่งเพลงร่วมกันเพื่อแม่ของพวกเรา พวกเราจัดมินิคอนเสิร์ตวันแม่ขึ้น ร้องเพลงร่วมกัน อยากเจอแม่จังเลย อยากเข้าไปกอดแม่ พัดคิดถึงแม่นะ ดูแลสุขภาพด้วย อย่าลืมมาดูพัดในวันคอนเสิร์ตล่ะ พัดจะพยายาม...รักแม่’ “พัดรักแม่นะ” สาวพัดชาตะโกนออกมาและล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ เพื่อนสาวที่กำลังจะเข้านอนเห็นก็บอกรักแม่ไปตามๆกัน เป็นภาพน่ารักๆที่เกิดขึ้นมาอย่างอบอุ่น เพราะคิดถึงจึงมาหาไปไม่นานเกินกว่าที่คิด
เคยคาดคิดจะกลับมาปลายสิงหา
เพียงสิบวัน...ต้องรีบกลับมา
ใจโหยหาโลกของฉันทุกคืนวัน
แม้นทุกอย่างในชีวิตยังเหมือนเดิม
เรื่องน่าเบื่อชวนสิ้นหวังจะยังอยู่
แต่ยังไงก็ตามใจจะสู้
เพื่อทวงวันของฉัน...กลับมา
........................................
........................................
........................................
........................................
........................................
หยุดไปนานห้าบรรทัด...งงล่ะสิ^_^
เพราะไม่มีอะไรที่จะเขียน
หากเขียนไปจะกลายเป็นเรื่องเครียด
เลยขอเงียบ...เก็บไว้ก่อนค่อยบอกกัน
หากแก้ไขให้มันดีขึ้นเมื่อไหร่
จะเขียนเล่าบรรยายไปไม่ให้เหลือ
ถึงวันนั้นช่วยรับฟังเรื่องน่าเบื่อ
ที่วันนี้ตัดสินใจไม่เล่าเอย. รักพาเราไปขอโทษ
‘ขอตั้งชื่อวันนี้ว่า ‘วันแห่งการเปิดใจ...ขอโทษ’ วันนี้ให้เต็มร้อยเลย รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ พัดได้รับรู้ความรู้สึกของเพื่อนทุกคนที่มีต่อกัน โดยเฉพาะความรู้สึกของเพื่อนๆในบ้านที่มีต่อพัด เราเคลียร์กัน เราขอโทษกัน เพื่อเรียกสิ่งสำคัญกลับมา คือคำว่าเพื่อน สัปดาห์ที่แล้วทุกคนต่างรู้ตัวกันดีว่าใครสนิทกับใครก็จะอยู่ติดกับคนๆนั้นตลอดเวลา จนดูเหมือนว่า ความห่างเหินเกิดขึ้นกับเพื่อนบางคนที่ไม่สนิทด้วย จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วที่พี่บอยต้องออกจากบ้านไป กลุ่มพัดยังอยู่กันครบ แต่กลุ่มของพี่บอยนี่สิ เหลือเพียงพี่พาส กุ๊กไก่ และเปรี้ยว มันคงเคว้งคว้างน่าดู พัดเข้าใจดี หากคนที่เราสนิทด้วยเกิดขาดหายไป ความกลัวและว้าเหว่จะเกิดขึ้นในจิตใจได้ไม่ยาก ความเครียดบวกกับความรู้สึกของแต่ละคนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นมา ในช่วงเวลานั้นทุกอย่างดูรุนแรงแต่ว่าตอนนี้มันไม่สำคัญเลย วันนี้ในคลาสของครูรักษ์ได้ให้พวกเรามาเปิดใจกัน มาขอโทษกัน เพื่อนำคำว่าเพื่อนกลับคืนมา...พัดโล่งอกมากในวันนี้ที่ทุกคนเข้าใจและยอมรับในความเป็นพัด ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นพัดกลัวว่าทุกคนจะไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจ พัดกลัวว่าทุกอย่างจะเหมือนตอนอยู่นอกบ้าน พัดไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน เพราะพัดเป็นคนแบบนี้ ทำให้คนไม่ชอบ ทำให้คนเกลียดในความเป็นตัวเราเอง พัดเป็นคนพูดอะไรตรงๆ จนเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาบอกว่า เราพูดไม่รักษาน้ำใจ ไม่ดูจังหวะ ไม่ถูกกาละเทศะ ฉะนั้นเพื่อนที่พัดพอจะคบได้ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย มันยิ่งทำให้พัดดูแย่ในสายตาเพื่อนคนอื่นอีกว่าเราชอบคุยกับผู้ชาย ชอบอยู่ติดกับผู้ชาย...เฮ้อ...ลืมๆมันไป เดี๋ยวจะเครียดอีก...วันนี้ขอบคุณครูรักษ์และครูทุกๆคนนะคะที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้คุยกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น เข้าใจกันดีกว่าเดิม ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ให้เวลาเราปรับตัว พัดเชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ’ สาวแก้มป่องถอดแว่นสายตาลงข้างเตียงพร้อมกับสมุดบันทึกแล้วล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ...แต่! “เพื่อนๆทุกคน...(บรรดาสาวๆในห้องนอนหันหน้ามาหาเธอ)ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะ” เธอกระชากตัวลุกขึ้นมาบอกฝันดีกับเพื่อนร่วมห้องก่อนจะล้มตัวลงนอนไปอีกครั้ง “ฝันดีเช่นกัน” เพื่อนสาวในห้องต่างยิ้มและตอบกลับมาก่อนจะล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกัน “ฝันดีด้วยสาวๆ” เสียงโจแทรกเข้ามาที่ห้องนอนหญิงและตามมาด้วยหนุ่มๆทั้งหลายในห้องนอนชาย “จ้า...” หญิงสาวทุกคนพร้อมใจกันตอบกลับไป และแล้วความเงียบก็เข้ามาเยือน ทุกอย่างหยุดนิ่ง เข้าสู่การพักผ่อนอย่างสงบของนักล่าฝันในบ้านสารินเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เช้าวันใหม่ของการล่าฝันในวันพรุ่งนี้ รักพาเราไปหึง
‘ก่อนเข้านอนวันนี้พัดขอเขียนหาแม่ดีกว่า...พัดอยู่บ้านแห่งการล่าฝันเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วนะ พัดเริ่มสนิทกับเพื่อนๆได้บ้างแล้ว แต่บางคนพัดยังต้องใช้เวลาในการคบหา เพราะเข้าใจดีว่ามันเป็นเพราะอะไร อย่างที่พัดเองก็รู้ดีและแม่ก็เตือนพัดอยู่เสมอ...พัดจะพยายาม สัปดาห์นี้เป็นเพลงคู่คะ ได้ร้องคนละ 2 เพลง พัดได้คู่กับพี่ลูกตาลในเพลง “ก็หมวยนี่คะ ของ China Dolls” และกับพี่มายเพลง “หากันจนเจอ ของพี่กบ ทรงสิทธิ์กับพี่กบ เสาวนิตย์” พัดโชคดีที่ได้คู่กับคนที่พัดสนิทด้วยและอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เสาร์นี้แม่ต้องมาดูพัดนะ พัดจะสู้อย่างสุดกำลังเลย...ราตรีสวัสดิ์คะ’ หญิงสาวเก็บสมุดไว้ข้างเตียงและล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจไม่นานนักก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา - หลายวันต่อมา – ในคลาสแอ็คติ้งวันนี้เรียนการตีความจากเพลง และได้สลับคู่สลับเพลงกันร้อง... พัดชาคู่กับบอยในเพลง “เล็กๆน้อยๆ” โจทย์เพลงคู่ของว่านกับกุ๊กไก่ ในช่วงซ้อมก่อนปฏิบัติจริง ทั้งพัดและบอยดูจะเก้ๆกังๆกันน่าดู เพราะสองคนนี้เพิ่งจะมารู้จักกันอย่างจริงๆจังๆเป็นครั้งแรกแม้ว่าจะอยู่ร่วมบ้านกันเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วก็ตาม “พี่บอย เดี๋ยวพัดจะทำแบบนี้นะ พี่บอยก็เข้ามารับเลยนะ มันจะได้เนียนๆ” พัดชาเตี๊ยมกับบอยพร้อมกับทำท่าทางไปด้วย “อ่ะ แล้วพอพี่เข้ามาจังหวะนี้ พัดชาก็ทำอย่างนี้นะ เดี๋ยวพี่ต่อของพี่เองเลย ตามน้ำกันไป” บอยยิ้มกว้างให้เธอ ขณะที่พัดชาและบอยซุ่มซ้อมกันนั้น สายตาคู่หนึ่งก็จับจ้องมาที่สาวพัดชาที่กำลังซ้อมเพลงกับบอยด้วยความสนุกสนาน ‘แค่ซ้อมทำไมต้องจับไม้จับมือด้วยฟร่ะ...พี่บอยอย่าถึงเนื้อถึงตัวเด้!...พัดชา เธออย่าทำสนิทสนมกับพี่บอยถึงขนาดนั้นสิ...ทำไมไม่เป็นเราว้า...’ “...ว่าน! ฟังที่อ๊อฟพูดอยู่รึเปล่า?” เสียงหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นแทรกความคิดของเขาในทันที “ห๊ะ! อะไร พูดอะไร ขออีกที” ว่านตกใจรีบหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา “อ๊อฟบอกว่า เราสองคนมาทำท่าแบบนี้ดีกว่า” อ๊อฟพูดเสร็จก็รีบทำท่าทางอย่างตื่นเต้นและทะเล้นในอารมณ์ ว่านมองอย่างขำๆกับบุคลิกซ่อนเร้นของอ๊อฟ หลังจากอ๊อฟสาธิตท่าเต้นเสร็จ “ว่าแต่เมื่อกี้ เหม่อคิดถึงใครอยู่...รึว่าแอบมองใครในบ้านนี้อยู่ล่ะ” อ๊อฟไม่ลืมที่จะถาม “เฮ้ย! เราแค่คิด...เอ่อ...คิดท่าเต้นอยู่น่ะ อยากให้มันได้ฟิว...ก็เท่านั้นเอง” “เหรอ...ทำให้ดูหน่อยดิ ที่ว่านคิดไว้น่ะ” ‘อ้าว...ซวยเลย...เอาไงดี...’ ว่านคิด หลังจากครุ่นคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็ว “ดูนะ” ว่าแล้วว่านก็เต้นลืมอายในทันทีเพื่อปกป้องความลับบางอย่างในใจ เรียกเสียงฮาของอ๊อฟได้สำเร็จ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทั้งอายทั้งกลัวในเวลาเดียวกัน เมื่อซ้อมไปได้พักใหญ่ๆ ครูก็เรียกรวมเหล่านักล่าฝันในทันที “โอเค ครูว่า น่าจะลงตัวแล้ว ไม่ต้องไม่เคร่งกับอะไรมากมาย เราแค่ตีความจากเพลงเท่านั้น ลองทำอะไรโดยที่ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นอิสระ ปล่อยอารมณ์ ความรู้สึกไปกับเพลง ไปกับคู่ของเรา แล้วมันจะดีเอง” เมื่อมาถึงคู่ของพัดชาและบอย กับโจทย์เพลงเล็กๆน้อยๆของว่านและกุ๊กไก่ ทั้งสองดูผ่อนคลายขึ้นมากกว่าเก่า ดูสนิทกันมากขึ้น เมื่อเพลงดำเนินไป ทั้งคู่ก็ร่วมร้องร่วมเต้นด้วยกันสนุกสนาน เพื่อนๆในห้องต่างก็สนุกไปด้วย เว้นแต่ชายหนุ่มเคราแพะคนเดิมที่ดูท่าจะไม่จอยด้วยซะแล้ว ‘เอ่อ เอาเข้าไป จับกันเข้าไป มือน่ะ...อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้นสิ เครียดเลยนะเนี่ย(เขามองหนุ่มสาวที่อยู่ตรงหน้ากำลังตีโจทย์เพลงอยู่อย่างรื่นเริง)เอ้า โอบอีก เออ ไม่เคยหรอกนะที่ว่าจะมียั้งบ้าง...(เขาเหล่มองไปที่เพื่อนที่อยู่รอบข้าง)ชอบใจกันใหญ่ เชียร์กันเข้าไป...(เขาเกาหัวอย่างเซ็งๆ)เซ็งโว้ยยย’ หลังจากที่เพลงจบลง เสียงปรบมือจากเพื่อนๆก็พร้อมใจกันเทให้กับพัดชาและบอย จะมีเพียงว่านเท่านั้นที่ไม่ค่อยเต็มใจที่จะปรบมือให้ เขายิ้มกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้ใครสงสัยต่อความรู้สึกของเขาทีมีต่อพัดชา แต่ดูเหมือนว่าจะปกปิดทีมงานเรียลลิตี้ในห้องควบคุมไม่ได้ซะแล้ว... July 29 See You Again Next Time.วันนี้...พรุ่งนี้...ไม่นานนัก
จำต้องจากจรไป...อาลัยหนา
อีกหลายวันกว่าเราจะกลับมา
จึงบอกลาแต่เนิ่นเนิ่นให้รู้กัน
สัปดาห์นี้มีเรื่องราวน่าสนุก
ครบวันเกิดอายุยี่สิบสอง
คุยกับเพื่อนครึ่งโลกแสนลำพอง
จ้อปะกิตสนั่นแชททุกคืนวัน
อีกหนึ่งสิ่งที่ท้าทายสุขภาพ
อยู่โต้รุ่งครบเจ็ดวันแสนหรรษา
แต่ละวันโซ้ยอาหารวันละครา
หลังจากนี้เริ่มกลัวว่ามันจะชิน
บทส่งท้ายก่อนจะไปจากที่นี่
ขอฝากบ้านหลังนี้แลความฝัน
จะอยู่ได้เป็นจริงได้ถ้าช่วยกัน
เข้ามาดู...คอมเม้นท์กัน...ทุกวันเอย Hurts Till This Day (ToT)You probably see me smiling, laughing all the time.
You probably think that I am leading a happy life as though I have no problems.
But who will know if I am truly happy deep inside.
The truth is,today my heart is still the same as before.
It still hurts till this day, my tears flow when I try to sleep.
I used to happy you all the time, I don't know what will I do now.
How long will this hurt last? When will I be able to come to terms with it?
How long must I endure this pain?
From the day that you left, life goes on for me.
Perhaps I will meet lots of people, but I still cannot forget you.
Irregardless of how many times love will come my way, I cry because of you.
It always hurt me because I still find you in my heart.
You are still in my heart, when can I forget you?
How long must I suffer like this?
I do not want to end up like this till the day I die.
รักพาเราไปตัวของตัวเอง...ที่ใครๆไม่ชอบ
‘สัปดาห์ที่สอง มิวต้องออกจากบ้านไปอีกคน ทำไมต้องมีคนทยอยออกจากบ้านที่ละคนๆแบบนี้ด้วย พวกเราน่าจะอยู่ด้วยกันจนจบซีซั่น...สู้ต่อไปนะมิว สู้ต่อไปนะโอ๋...พัดจะพยายามให้มากกว่านี้เพื่อคนที่สนับสนุนพัด จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน...วันนี้วันอาทิตย์...วันที่ได้พักกายและใจ พัดคิดไว้อยู่แล้วว่าผลที่ออกมาต้องเป็นแบบนี้ พัดเชื่อมั่นในตัวเองสูง พัดเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนพูดอะไรตรงๆ จนทำให้คนเกลียด พัดชินแล้ว...แต่ทำไมถึงต้องเสียใจในความเป็นตัวเองแบบนี้ด้วย รู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง...’ สาวแก้มป่องจดบันทึกความรู้สึกในใจลงสมุดเช่นทุกวัน เมื่อสิ้นสุดการเขียน เธอหยิบรีโมตเพื่อเปิดเพลงโปรดฟังเพียงลำพังในห้องนั่งเล่นเนื่องจากยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์ ‘อาจจะเห็นว่าฉันยังยิ้ม หัวเราะได้ทุกนาที อาจจะเห็นฉันมีชีวิตดีดี เหมือนคนไม่เป็นไร แต่ลึกๆแล้วใครจะรู้ ถึงแม้ฉันมีความสุขเท่าไหร่ ความจริงวันนี้ข้างในหัวใจยังเป็นอย่างเดิม...’ เพลงเจ็บจนวันนี้ของบอดี้สแลมบาดลึกเข้าไปในจิตใจที่ซ่อนความอ่อนแอไว้...ไม่มีใครสามารถรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ดีเท่ากับตัวเธอเอง ‘ยัยทอมนี่เป็นอะไร ทำท่าอย่างกับคนจะร้องไห้ เปิดเพลงจะดังเชียว เพลงเศร้าอีกตังหาก อกหักป่าวว้า...เอ๊ะ! หรือว่าพัดมันจะแอบชอบมิว...เฮ้อ...ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงปกตินี่หว่า...หนอย!!...แล้วทำไมต้องชอบมิวด้วยฟร่ะ...เฮ้ย! แล้วนี่เราโล่งใจเพราะรู้ว่าพัดเป็นผู้หญิงทำไม แล้วทำไมต้องโมโหด้วย...ฮึ่ม!!!...’ “โอ๊ยยย...เลิกคิดๆ” เสียงของว่านดังออกมาจนพัดต้องหันไปมอง จึงเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าเปียโน ซึ่งตั้งอยู่หลังโซฟาแดงถัดออกไปอีกหน่อย เห็นชายหนุ่มทำท่าทางแปลกๆ “เป็นอะไรล่ะนั่น ไม่มีคนเล่นด้วยเลยต้องทุบหัวตัวเองหรือไง” พัดถาม “...ปล่าววว...ดูผิดแล้ว...ใครจะบ้าทุบหัวตัวเอง” “...แล้วพัดล่ะ เป็นอะไร? เปิดเพลงซะเศร้าขนาดนี้” “..........(เงียบไปนาน)เปล่า...พัดชอบฟังเพลงนี้” ‘ฮึ้ย!...ยังจะโกหกอีกนะ ดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น ไม่บอกก็ไม่เป็นไร...ฮึ้ม!! น่าโมโห…หงุดหงิด!!’ ว่านคิด ก่อนที่เขาจะเดินออกจาห้องนั่งเล่นไปสาวพัดชาเรียกรั้งเขาไว้ “ว่าน...(เขาหันมา)นายเกลียดเรารึเปล่า?” หญิงสาวมองชายหนุ่มเพื่อรอฟังคำตอบ เขาเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอ “ถามทำไม?” “พัดแค่อยากรู้ว่าว่านเกลียดพัดรึเปล่า...ตอบมาสิ” “ไม่รู้สิ...เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน” “....................” พัดชานิ่งคิดอะไรบางอย่าง “..........เป็นอะไรรึเปล่า?” “....................” พัดชายังคงนิ่งอยู่ เหมือนไม่ได้ฟังที่ว่านถาม “แล้ว...ว่านว่าพัดเป็นคนนิสัยไม่ดีรึเปล่า” ว่านมองหน้าพัด แล้วครุ่นคิดหาคำตอบ “...ไม่รู้สิ” หญิงสาวมองหน้าค้อนเขาทันที “นี่นาย!...เอ้อ...พัดคงไม่มีตัวตนอยู่ในบ้านนี้เลยเนอะ ไม่อยู่ในสายตาคน ในสายตาใครๆเลย" พัดชาโมโหจะต่อว่าว่านที่ไม่คิดจะตอบคำถามของเธออย่างจริงจังแต่ก็เปลี่ยนใจพูดจาน้อยใจแทน คำพูดของพัดชาทำให้ว่านหันมามองเธออย่างจริงจัง “เป็นอะไรรึเปล่า...บอกว่านได้นะ...คือ ที่ว่านพูดแบบนั้น เพราะ พัดกับว่านเพิ่งรู้จักกันไม่นาน จะเอามาตัดสินไม่ได้หรอกว่าเกลียดหรือไม่เกลียด แล้วที่ถามว่าพัดนิสัยไม่ดีรึเปล่า ว่านก็เห็นว่าพัดยังไม่ได้ทำอะไรให้ว่านโกรธหรือทำตัวมีปัญหากับใครๆ ว่านสรุปไม่ได้หรอก...เรายังต้องรู้จักกันมากกว่านี้(มองเธอนัยน์ตาซึ้งที่แฝงความรู้สึกบางอย่าง)...แล้วพัดชาจะบอกว่านได้รึยังว่าเป็นอะไร” ชายหนุ่มรอคำตอบและดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจว่าพัดชายังไม่ต้องการจะบอกอะไรเขาในตอนนี้ “..........โอเค...(เขาแตะไหล่เธอ)ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาคุยกับว่านได้นะ การมีเพื่อนสักคนไว้คุยตอนเราไม่สบายใจมันดีกว่าการคิดอยู่คนเดียว” ว่านมองพัดสักพักแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ‘เป็นอะไรของมันฟร่ะ ทำไมบอกเราไม่ได้ ทำไมไม่คุยกับเรา...’ “เฮ้อ...” ว่านคิดและถอนหายใจออกมาขณะเดินกลับไปที่ห้องนอนเพื่อนอนต่อ ‘ทำไมเราไม่บอกเขาไปนะ หรือเป็นเพราะเรากลัว...เราไม่กล้าบอกความจริงออกไป เพราะกลัวเขาจะรังเกียจเรา และตีตัวออกห่างจากเรา...ความเป็นตัวเองของเราไม่เป็นที่ชื่นชอบของใครเลยใช่ไหม!??’ “เฮ้อ...” พัดชาคิดโทษตัวเองและถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ July 27 ดอกไม้ของลีโอชาวราศีสิงห์ (23 ก.ค. - 22 ส.ค.)
ดอกไม้ประจำราศี คือ ดอกทานตะวัน
หมายถึง ความเป็นมิตร ร่าเริง สนุกสนาน ไม่เรื่องมาก ไม่ชอบเรียกร้องความสนใจจากใคร
เพราะเขาต้องการแสวงหาความสุขใส่ตัวมากกว่าต้องระวังตัวท่ามกลางคนหมู่มาก
เป็นคนรักและชื่นชอบธรรมชาติ
แต่ดันชอบของฟุ่มเฟือย
อาชีพที่เหมาะสม คือ นักเขียน ทนายความ นักพูด
ส่วนเรื่องของความรัก ไม่ชอบการผูกมัด
แต่ชอบแสดงออกเรื่องรักและเป็นคนโรแมนติก
เรียกว่าเป็นคนเจ้าชู้เล็กๆก็ว่าได้ ดอกไม้ของวีนัสดอกไม้สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์ คือ ดอกกุหลาบทุกสี
เพราะคนที่เกิดวันศุกร์มักเป็นนักรักที่ยิ่งใหญ่ มีเสน่ห์ล้นเหลือ
หรือจะเป็นดอกไม้เจ้าเสน่ห์ที่มีความหมายหวานแหววแบบ ดอกไวโอเลต
ที่มีความหมายว่า "ฉันรักเธอแล้ว หากรักฉันก็บอกกันบ้างนะ"
คนที่เกิดวันศุกร์บางอารมณ์ก็โลเล
จึงได้ ดอกลาเวนเดอร์(Lavender)
ที่มีความหมายถึงรักที่สับสน ไม่แน่นอน ไปครองอีกหนึ่งดอก Sunflowerทานตะวัน(Sunflower) เป็นพืชท้องถิ่นของอเมริกากลาง
ออกดอกปีละครั้ง อยู่ในแฟมิลี่ Asteraceeae
ลำต้นสูงได้ถึง 3 เมตร ฐานรองกลีบดอกกว้างได้ถึง 30 เซนติเมตร
"ทานตะวัน" ถูกใช้อ้างอิงถึงพืชทั้งหมดในจีนัส Helianthus ด้วยเช่นกัน
ประโยชน์ของทานตะวัน
ทานตะวันเป็นพืชให้น้ำมันโดยสกัดจากเมล็ด
น้ำมันดอกทานตะวันนำไปใช้ในการฟอกหนังและประกอบอาหาร
ตำนานดอกทานตะวัน
ในเทพนิยายกรีกมีนางไม้ชื่อ Clytie หลงรักเทพ อพอลโล ซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์
ทุกวันนางจะเฝ้ามองเขา
จนผมสีทองของเธอกลายเป็นกลีบดอกสีเหลือง
ใบหน้ากลายเป็นดอกทานตะวัน
ชื่อ Helianthus
มาจากคำว่า Helios ที่แปลว่า ดวงอาทิตย์
กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้ รักพาเราไป
มีเธอ
“อ๊ากกก...ทำไงละเนี่ย...” สาวร่างเล็กถึงกับสติแตกโวยออกมาเพียงลำพังในห้องกินข้าวหลังได้รับโจทย์ในช่วงเช้าของวันจันทร์ “จะจำได้ไหมเรา...ไอ้พัดเอ๊ยยย...” “...บ่นอะไรอยู่คนเดียวพัดชา...กินไม่อิ่มรึไง” เสียงชายหนุ่มลอยมาก่อนเห็นตัว เธอหันไปมอง พบชายหนุ่มหน้าตี๋เดินเข้ามาในห้องกินข้าว “ว่าน...(เสียงอ้อนอย่างไร้เดียงสา)ดูเพลงพัดดิ...ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย จะจำได้หมดรึเปล่าเนี่ย เดี๋ยววันคอนเสิร์ตได้ฮาแตกแน่” “โหย...คิดมาก นี่เพิ่งวันจันทร์เอง ยังมีเวลาอีกเยอะ” “แต่พัดไม่มั่นใจเล้ยยย...กลัวไปหมด” “เป็นเล่นไป...จิตตกแต่วันเลยนะ” “....................” พัดชาเลือกไม่ตอบกลับ นั่งหน้ามุ่ยต่อไป ว่านมองเธอจากทางด้านหลัง เมื่อเขาหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาหนึ่งขวด “...เฮ้ย! ตกใจหมด แกล้งพัดเหรอ” ว่านเอาน้ำเย็นเจี๊ยบจากในตู้เย็นที่เพิ่งหยิบออกมาไปอิงกับแก้มของเธอ...เขาหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เห็นเธอสะดุ้งจนหลุดคำอุทานห้าวๆเกินความคาดหมายของเขา ‘ผู้หญิงคนนี้แปลก...ถ้าเป็นคนอื่นต้องร้อง ว๊ายยย แล้ว...คนนี้มาแปลก...เป็นทอมชัวร์’ ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วคิดในใจ ‘ตาบ้านี่...เห็นเงียบๆนึกว่าจะเป็นคนน่ากลัวอย่างที่เห็นภายนอก ที่ไหนได้แสบจริงๆ...ฉันต้องมองนายใหม่แล้ว...นายว่าน’ หญิงสาวก็มองตอบชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องพร้อมกับคิดในใจเช่นกัน - ห้องนั่งเล่น - พัดชาเลือกที่จะซ้อมเต้นเพลงโจทย์ของเธอเพียงลำพังในห้องนั่งเล่นกลางดึกหลังจากหมดคลาสเรียนแล้ว เธอพยายามคิดท่าเต้นคร่าวๆเอาไว้เสนอกับครูในคลาสแดนซ์วันพรุ่งนี้ ในระหว่างที่ซ้อมอยู่นั้น สองหนุ่มโจ ว่านก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พัดชายังคงเต้นต่อไป จนหนุ่มดำเข้ม โจ เข้ามาร่วมเต้นไปกับเธอด้วย เท่านั้นแหละ เธอหลุดก๊ากในทันทีกับท่าเต้นของหนุ่มผิวหมึก ท่าทางที่เก้ๆกังๆเรียกเสียงฮาจากเธอได้ไม่ยาก ส่วนหนุ่มเคราแพะอย่างนายว่านขอนั่งดูเพื่อนทั้งสองเต้นอย่างสนุกสนานก็พอแล้ว ‘ยัยนี่เป็นทอมชัวร์เลย ไม่เหมือนผู้หญิงสักนิด นี่เราสนใจทอมเหรอเนี่ย...ไม่ ไม่ ไม่...เราแค่แปลกใจในตัวผู้หญิงคนนี้เท่านั้นเอง เราแค่ไม่เคยพบผู้หญิงที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้มาก่อนก็แค่นั้น...อย่าคิดๆ...พอๆๆ...’ ชายหนุ่มเกิดความสับสนขึ้นภายในระหว่างสมองและหัวใจของเขา...ครั้งนี้มันกลับไม่ได้ไปทางเดียวกันซะนี่ ‘นายมองอะไรฉันอยู่ฮึ! จ้องอยู่ได้...บ้า!...เอ๊ะรึว่าเราเต้นท่าแปลกๆ มันเลยดูตลกๆ บวกกับท่าเต้นของพี่โจแล้วยิ่งเข้ากั๊น...เข้ากัน คงพิลึกจนนายนี่มองเขม็งเลย...เขินน้า...อย่ามองสิ...” พัดชาเห็นว่านมองเธอไม่ละสายตานึกหมั่นไส้และเขินอายขึ้นมาในทันทีเธอพยายามเต้นเลี่ยงๆไปหลบอยู่หลังโจ พยายามไม่หันไปสบตาเขา กลัวว่าถ้าเผลอมองเมื่อไหร่ความรู้สึกบางอย่างในใจเธอจะหลุดออกมาให้เขารับรู้ รักพาเราไป
คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว
“...ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป ยังอ้างว้างยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้ไหม...คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว...” “ครูกานต์! พัดตื่นเต้นจังเลย เวทีแรกของชีวิตพัดเลยนะเนี่ย” หญิงสาวประหม่านั่งท่องเนื้อเพลงที่จะใช้แสดงบนเวทีคอนเสิร์ตสตูดิโอมูนสตาร์อยู่หลายต่อหลายครั้งระหว่างอยู่ในห้องพัก “ตั้งสติๆ ความตื่นเต้นไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าไม่มีนี่สิน่าห่วง” ครูกานต์พูดเพื่อช่วยให้เธอลดความตื่นเต้นลง สัปดาห์แรกของนักล่าฝันรุ่นที่ 2 กับโจทย์เพลงออดิชั่น หลังจากที่ฟิตซ้อมกันมาตลอด 5 วัน และวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของพวกเขา “วันนี้เป็นวันของเรา ทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุด และขอให้ทุกคนจดจำวันนี้ไปจนวันตาย...ใครที่ต้องออกจากบ้านไปก็ไม่ต้องเสียใจ ห้ามละทิ้งความฝันและความมุ่งมั่นเด็ดขาด(ครูกานต์กวาดสายตามองเด็กๆแต่ละคนที่ยังรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าอย่างเข้าใจ)...เอาล่ะ! มารวมกันหน่อยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กันและกัน(เรียก 12 นักล่าฝัน กอดคอล้อมเป็นวงกลม)...ขอให้ทุกคนทำให้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย เพื่อตัวเอง...เพื่อคนที่เรารักและรักเรา...แค่นั้นพอ(ทั้งหมดกุมมือกันกลางวงล้อมและตะโกนอย่างสุดเสียง... “AF2สู้!” )...โอเค...ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วอีก 5 นาทีจะเริ่มการแสดง...ทำให้ครูและทุกคนเห็นถึงความตั้งใจของพวกเรากันหน่อย...สู้!” ครูกานต์เรียกแรงจูงใจให้เด็กๆทุกคนพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่เฝ้ารอมาโดยตลอด “บนทางเดินแห่งความฝันนี้ อาจไม่มีพรมแดงปูทาง อุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกิน แต่จุดหมายปลายทางของใจ จุดพลังให้ฉันมีแรงก้าวไป ฝันนั้นไกลแค่ไหนจะไขว่คว้า...บนทางเดินที่ดูยาวไกล กายและใจยังคงเดินไป จะไม่มีวันไหนที่หันหลังกลับ อาจจะล้มจะมีน้ำตา ก็จะลุกขึ้นมาด้วยตัวฉันเอง ฉันมั่นใจกับทางที่เลือกเดิน...สักวันจะเป็นดั่งฝันใฝ่ จะทำให้ได้...เหนื่อยสักเท่าไหร่ทุ่มเทกายใจ...ให้ดั่งฝัน...” เพลงเปิดตัวนักล่าฝันสุดอลังการ การแสดงบนเวทีผ่านไปด้วยดีจนกระทั่ง... “ว่าน...พัดตื่นเต้นจังเลยอ่ะ มือพัดเย็นหมดเลยเนี่ย...” หญิงสาวจับมือตัวเองทั้งซ้ายและขวาสลับกันไปมาอยู่ข้างเวทีที่นั่งพักของนักล่าฝันระหว่างที่เพื่อนคนอื่นแสดงโชว์อยู่ “ว่านก็เป็น...พัด...เนี่ยเหงื่อแตกพลั่กๆเลย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้กับหญิงสาวเช่นเดียวกันเธอก็ยิ้มหวานโต้ตอบกลับไป “มาถึงอีกหนึ่งนักล่าฝัน เธอคนนี้แค่เอ่ยชื่อก็เย็นแล้วครับ...น้องพัดชา...V 6...” ทันทีที่อาต้อย เศรษฐา พิธีกรประจำของAcademy Fantasiaประกาศชื่อเธอเสียงตบมือและเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ...ใช่แล้ว...ถึงเวลาของเธอแล้วที่จะต้องแสดงฝีมือการร้องเพลงอย่างสุดกำลัง ‘อย่าตื่นเต้นๆ...ไอ้พัดเอ๊ยยย...แกจะร้องเพลงอยู่แล้วนะ(เธอพร่ำพรรณนาอยู่ในใจขณะเดินไปหาพิธีกรเพื่อสนทนาก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น)โอ้ยยย...ทำไมขามันสั่นแบบนี้ว้า...อาต้อยตัวเป็นๆตัวจริงมาปรากฏตัวให้เห็นแล้ว...ฮ๊ากกก...’ “สวัสดีคะ” “สวัสดีครับ...ตื่นเต้นไหมครับ” “...(เสียงสั่นเล็กน้อย)...มากเลยคะ แต่จะพยายามคุมสติให้อยู่อย่างที่ครูกานต์บอกคะ” “ดีแล้วครับ พยายามผ่อนคลายทุกอย่าง อย่าเกร็ง มันจะทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้น...เอาล่ะ!วันนี้น้องพัดชามีเพลงอะไรมาแสดงให้ผู้ชมกัน” “เพลงของพี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม คะ ชื่อเพลงว่า คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” เธอเริ่มผ่อนคลายขึ้นหลังการพูดคุยอย่างเป็นกันเองของอาต้อย พิธีกรมืออาชีพ “ครับ...และนี่คือ คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว น้องพัดชา...V 6...” หลังสิ้นคำประกาศแสงไฟในคอนเสริต์มืดลงนั่นหมายถึงการแสดงของเธอกำลังจะเริ่มในไม่ช้า “...ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป ยังอ้างว้างยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้ไหม...คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว...” สิ้นเสียงดนตรีจบ เสียงตบมือและเสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั้งฮอลล์เพราะทึ่งในพลังเสียงของเธอ... และในวันนั้นโอ๋ก็เป็นผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปเป็นคนแรก ส่วนที่เหลือยังต้องล่าฝันกันต่อไปในสัปดาห์ที่สอง คืนเหงา(ของใครหลายคน)เราเชื่อว่า...ทุกคนต้องมีคืนเหงาเป็นของตัวเอง
เวลาที่อยู่คนเดียว จิตใจมันฟุ้งซ่าน เพราะอะไร?
...เพราะว่าเวลาที่ใจสงบ เหมือนกับว่าเราได้หยุดพักฟังหัวใจตัวเอง
ความรู้สึกมันพอๆกับเวลาที่ไฟดับในช่วงเช้า กลางวัน เย็น ทุกอย่างเงียบสงัด
เราได้ฟังเสียงตัวเอง เสียงคนอื่น เสียงธรรมชาติที่ไร้ซึ่งเทคโนโลยีทันสมัย
ส่วนความเงียบในตอนกลางคืน ยามที่ยังไม่หลับไม่นอน ยามที่อยู่คนเดียว
น่าจะรู้สึกได้ง่ายเป็นอัตโนมัติมากกว่าเวลาไฟดับ
(เพราะเวลาไฟดับบางคนอาจหงุดหงิดจนลืมความสงบในใจไป)
ความเจ็บปวดจากอดีตเป็นเหตุผลตัวสำคัญของการมีคืนเหงาเป็นของตัวเอง
มันทำให้เรานึกถึงคนที่เราไม่อยากนึก แต่มันก็กลับนึกขึ้นมาได้ซะอย่างนั้น
แถมจะทำให้ลืมก็ยากซะด้วย...เพราะเราฝังใจกับสิ่งนั้น
ด้วยมันสมองอันล้ำเลิศของมนุษย์ที่จดจำเรื่องร้ายร้ายและเรื่องดีดีไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ถึงอย่างนั้น...คืนเหงาของทุกคนย่อมมีวันหยุดพัก
ด้วยกิจวัตรประจำวัน กิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
อาจทำให้เราหยุดช่วงเวลาของการมีคืนเหงาได้
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับช่วงเวลาของการอยู่กับคืนเหงาให้เต็มที่
เพราะมีโอกาสไม่มากนักที่เราจะได้ฟังเสียงหัวใจของตัวเราเอง
July 26 ForThe First Time Communication Lauage English With ForeigerToday, I chance make friend with Mishal.
He live in Sau.
We like Man Utd the same.
'Mishal' mean Fire.
Not only that ... We like watch the movies resamble also.
I feel so good.
I have a friend foreigner is the frist people.
Nice to meet you. รักพาเราไป
เส้นทางสู่ฝันที่เป็นจริง
‘...ติ่น 8 โมงเช้า ทำกิจส่วนตัว เรียนร้อง เต้น การแสดง ซ้อมเพลงโจทย์ประจำสัปดาห์ ทำกิจส่วนตัว เข้านอน...เนี่ยแหละกิจวัตรประจำวันตลอด 3 เดือนเพื่อทำฝันให้เป็นจริง! สู้นะพัดชา เธอต้องทำได้...แต่ว่าวันนี้เหนื่อยจังเลย ยังไม่ชินสักที อยู่มา 3 วันแล้ว คิดถึงแม่มากๆ อยากกอดแม่จัง...เฮ้อ!..........’ หญิงสาวเขียนบันทึกลงในสมุดเล่มโปรดที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา - เช้าวันต่อมา – “น้องพัด! ตั้งใจซ้อมหน่อยสิ ถ้าน้องพัดไม่ตั้งใจ น้องพัดจะทำได้เหรอ คนดูจะยังอยากดูน้องพัดอีกมั้ย! เชื่อสิ...ถ้าน้องพัดยังเป็นแบบนี้อยู่ไม่ปรับปรุงตัว ไม่คิดจะแก้ไข น้องพัดจะไม่เป็นที่จดจำของคนดูเลย...” ครูเป็ดต่อว่าพัดชาในคลาสซ้อมบล็อคกิ้งต่อหน้าครูอีกหลายคนและเพื่อนๆอีก 11 คน หญิงสาวน้อมรับคำว่ากล่าวของครูด้วยสีหน้าทะเล้นกลบเกลื่อนความรู้สึก “ฟังที่ครูพูดอยู่รึเปล่า! (ครูเป็ดตวาดด้วยความโมโห) ครูซีเรียสนะน้องพัด อย่ามาทำเป็นตลกนะ ครูไม่ขำด้วย รู้มั้ย!ว่าน้องพัดดูเป็นยังไงในสายตาครู...ครูยอมรับนะว่าน้องพัดเรียนร้องเพลงมา น้องพัดร้องเพลงเพราะ ร้องเพลงเก่ง แต่ว่าในเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ น้องพัดต้องเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ แม้ว่าตัวน้องพัดเองจะไม่ถนัด ไม่ชอบ แต่ทุกอย่างที่สอนไปมันมีความจำเป็น มีความสำคัญต่ออาชีพนี้ ต่อวงการนี้ จะมาทำเป็นเล่นไม่ได้ ครูทุกคนสอนด้วยความตั้งใจอยากให้เด็กที่เข้ามาเรียนได้ความรู้อย่างเต็มที่ เราเป็น 1 ใน หมื่นที่ได้เข้ามาทำฝันให้เป็นจริง ทำไมไม่คว้าโอกาสนั้นไว้ล่ะ..........(เด็กสาวก้มหน้านิ่งดูหม่นหมอง) แล้วเรื่องเรียนร้องเพลงก็เหมือนกัน ใช่ว่าเราเคยเรียนมาแล้ว เราเก่งแล้ว ไม่ต้องสนใจมันก็ได้นะ...ครูขอบอกตรงนี้เลยละกันว่า เทรนเนอร์ทุกคนจะประชุมกันทุกวันเพื่อสรุปว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร มีพัฒนาการในแต่ละวันอย่างไร ครูสอนร้องเพลงทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องพัดน่ะ เวลาเรียนร้องเพลงจะไม่ค่อยตั้งใจ ทำเหมือนฉันรู้อยู่แล้ว ฉันทำมาเยอะแล้ว ฉันพอแล้ว ให้คนอื่นๆทำไปเถอะ...น้องพัดรู้มั้ยว่า ความสามารถของคนเราน่ะพัฒนาได้ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเรียนมาก ซ้อมมากก็ยิ่งเก่ง เช่นเดียวกันมันก็ด้อยคุณภาพลงได้เช่นกัน ถ้าเราไม่ขยันซ้อม...การเชื่อมั่นในตัวเองเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่เราก็ไม่ควรทิ้งความตั้งใจ ความขยัน ทิ้งความรู้สึกของครูทุกคน ของเพื่อน ของครอบครัว และคนที่เขาสนับสนุนเรา...ที่ครูพูดเพราะครูรักและหวังดีกับน้องพัด อยากเห็นลูกศิษย์ไปถึงฝั่งฝัน...เข้าใจไหมคะน้องพัด...” หญิงสาวพยักหน้ารับโดยที่ไม่ยอมเงยหน้ามามองครูเป็ดที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลย “น้องพัดเงยหน้ามองครูเป็ดซิ!...(ครูสาวเข้าใจดีว่าตอนนี้ลูกศิษย์ของเธอที่ถูกครูดุจะรู้สึกอย่างไร)...(ลูกศิษย์สาวถอดแว่นสายตาออกมาเพื่อเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างขณะที่ยังก้มหน้าอยู่)...น้องพัดต้องเข้มแข็งนะ เราเข้ามาอยู่ในอาชีพนี้ น้องพัดต้องฟังความเห็นของทุกคน ไม่ว่าเขาจะมาด้วยรูปแบบไหนก็ตาม เราต้องรับฟัง เขาพูด เขาด่าว่าเพราะน้องพัดอยู่ในสายตาของเขา อยู่ในความสนใจ ทุกคนอยากเห็นน้องพัดไปในทางที่ดี...(ครูเป็ดเชิดหน้าพัดขึ้น)...มาเรามากอดกันนะน้องพัด ครูเป็นกำลังใจให้น้องพัดเสมอนะ...” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวพรั่งพรูออกมามากมาย ครูสาวกอดและปลอบโยนเธอด้วยคำพูดที่จะช่วยสร้างกำลังใจให้เธอ สอนเธอให้เข้าใจถึงการดุด่ากันในครั้งนี้ เพราะครูสาวนั้นมีความหวังดีต่อเธอด้วยใจอันบริสุทธิ์ “พัดขอโทษคะครู พัดจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น...ขอบคุณนะคะครูที่สอนพัด ทั้งๆที่พัดเป็นคนแบบนี้ ทำให้พัดรู้สึกตัวได้สักที...พัดขอโทษนะคะ...” เสียงร่ำไห้ของเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของครูผู้ให้ประจักษ์ความซึ้งตรึงใจแก่ครูท่านอื่นและเพื่อนๆในบ้าน รวมถึงคนดูทั้งประเทศที่ดูผ่านทางทีวีเคเบิ้ล รักพาเราไป
นักล่าฝัน
..........“พัดชาคะ อายุ 20 เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากกก...(เน้นเสียงสูง) จนคนมองว่าพัดหยิ่ง แรง ปากเสีย พูดมาก และอีกสารพัด...มันเป็นข้อเสียของพัดที่อยากจะมาปรับปรุงตัวเองใหม่หร้อมกับการทำฝันให้เป็นจริง...ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนคะ” สาวร่างเล็กกล่าว “ผมว่านครับ อายุ 20 เป็นคนง่ายๆเรื่อยๆครับ เชื่อง น่ารัก...(เสียงฮาจากนักล่าฝันคนอื่นๆทันทีที่พูดจบ)” หนุ่มตาหยียิ้มกรุ่มกริ่ม “บอย พิษณุครับ อายุ 28 เห็นผมแบดบอยแบบนี้ แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนอ่อนไหวมากครับ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ขี้เล่น...ประมาณนี้แหละครับ” หนุ่มล่ำยิ้มอายๆ “แนะนำตัวครบหมดทั้ง 12 คนแล้วนะครับ ต่อจากนี้ครูก็ขอให้ทุกคนสร้างความสนิทสนมกัน รักและช่วยเหลือกัน เรามีกันอยู่แค่นี้ในบ้านหลังใหญ่ที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง นานถึง 3 เดือน และขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูทุกคนสอน นึกถึงตัวเอง นึกถึงครอบครัว คนที่เรารัก และคนดูที่เขาเสียเวลา เสียเงินในการโหวตให้เราทำฝันให้เป็นจริง” ครูดุ๊กกล่าวปิดท้าย Happy Birthday
ยี่สิบสองปีบนโลกใบนี้ พานพบสิ่งต่างๆมากมาย เรียนรู้ประสบการณ์หลากหลาย ดีใจ เสียใจคละเคล้ากันไป บทเรียนชีวิตช่างคุ้มค่า เกินกว่าจะละทิ้งมันไปได้ เลือกที่จะจดจำมันมากกว่าจะโยนทิ้งไป เพื่อเป็นการเรียนรู้เรื่องใหม่อย่างใจแข็งแรง July 25 รักพาเราไป
บทนำ
‘ฉันรักเธอ...รักจนข่มใจทุกครั้งที่ใกล้ชิด...ใครก็ตามที่ล่วงรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเธอ ฉันก็จะไม่หลุดปากพูดคำว่ารักออกไปอย่างเด็ดขาด...แม้คนๆนั้นจะเป็นตัวเธอเองก็ตาม...เพราะกลัวความแปรเปลี่ยนระหว่างเรา สถานะที่เรียกกันว่าเพื่อนสนิท’
‘ผมรักคุณ...และเชื่อว่าคุณก็คิดเหมือนกัน...ผมมั่นใจในลางสังหรณ์ที่มีชื่อว่า “รักแรกพบ” ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วระหว่างผมกับคุณ...เราไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยคำว่ารักหรือแสดงออกถึงความรักที่มีให้กัน...เพราะผมรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี’
‘ผมรักคุณ...แม้รู้ถึงสายสัมพันธ์แห่งความรู้สึกของคุณทั้งสองอยู่แล้ว...แต่ทำยังไงได้...หัวใจผมมันเรียกร้องเหลือเกิน...มันเรียกหาแต่คุณ...ผมเฝ้ารอความรักจากคุณ...ที่อาจจะมีสักครั้งที่รักนั้น...จะเผื่อแผ่มาให้ผมบ้าง…คุณว่ามันจะมีวันแบบนั้นบ้างไหม?’ |
|
|