(=*-*=>>Sunflow...'s profile~((o))~โลก~แห่ง~ความฝัน~...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
August 09 รักพาเราไปMini Concert Mother’s Day
‘แม่ขา...วันนี้ดูพัดและเพื่อนๆร้องเพลงรึเปล่า? สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ 4 นอกจากจะซ้อมร้องเพลงโจทย์แล้ว พวกเรายังมีการบ้านที่ครูให้ คือ การแต่งเพลงร่วมกันเพื่อแม่ของพวกเรา พวกเราจัดมินิคอนเสิร์ตวันแม่ขึ้น ร้องเพลงร่วมกัน อยากเจอแม่จังเลย อยากเข้าไปกอดแม่ พัดคิดถึงแม่นะ ดูแลสุขภาพด้วย อย่าลืมมาดูพัดในวันคอนเสิร์ตล่ะ พัดจะพยายาม...รักแม่’ “พัดรักแม่นะ” สาวพัดชาตะโกนออกมาและล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ เพื่อนสาวที่กำลังจะเข้านอนเห็นก็บอกรักแม่ไปตามๆกัน เป็นภาพน่ารักๆที่เกิดขึ้นมาอย่างอบอุ่น รักพาเราไปขอโทษ
‘ขอตั้งชื่อวันนี้ว่า ‘วันแห่งการเปิดใจ...ขอโทษ’ วันนี้ให้เต็มร้อยเลย รู้สึกโล่งขึ้นเยอะ พัดได้รับรู้ความรู้สึกของเพื่อนทุกคนที่มีต่อกัน โดยเฉพาะความรู้สึกของเพื่อนๆในบ้านที่มีต่อพัด เราเคลียร์กัน เราขอโทษกัน เพื่อเรียกสิ่งสำคัญกลับมา คือคำว่าเพื่อน สัปดาห์ที่แล้วทุกคนต่างรู้ตัวกันดีว่าใครสนิทกับใครก็จะอยู่ติดกับคนๆนั้นตลอดเวลา จนดูเหมือนว่า ความห่างเหินเกิดขึ้นกับเพื่อนบางคนที่ไม่สนิทด้วย จนกระทั่งสัปดาห์ที่แล้วที่พี่บอยต้องออกจากบ้านไป กลุ่มพัดยังอยู่กันครบ แต่กลุ่มของพี่บอยนี่สิ เหลือเพียงพี่พาส กุ๊กไก่ และเปรี้ยว มันคงเคว้งคว้างน่าดู พัดเข้าใจดี หากคนที่เราสนิทด้วยเกิดขาดหายไป ความกลัวและว้าเหว่จะเกิดขึ้นในจิตใจได้ไม่ยาก ความเครียดบวกกับความรู้สึกของแต่ละคนทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นมา ในช่วงเวลานั้นทุกอย่างดูรุนแรงแต่ว่าตอนนี้มันไม่สำคัญเลย วันนี้ในคลาสของครูรักษ์ได้ให้พวกเรามาเปิดใจกัน มาขอโทษกัน เพื่อนำคำว่าเพื่อนกลับคืนมา...พัดโล่งอกมากในวันนี้ที่ทุกคนเข้าใจและยอมรับในความเป็นพัด ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นพัดกลัวว่าทุกคนจะไม่ยอมรับ ไม่เข้าใจ พัดกลัวว่าทุกอย่างจะเหมือนตอนอยู่นอกบ้าน พัดไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน เพราะพัดเป็นคนแบบนี้ ทำให้คนไม่ชอบ ทำให้คนเกลียดในความเป็นตัวเราเอง พัดเป็นคนพูดอะไรตรงๆ จนเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาบอกว่า เราพูดไม่รักษาน้ำใจ ไม่ดูจังหวะ ไม่ถูกกาละเทศะ ฉะนั้นเพื่อนที่พัดพอจะคบได้ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย มันยิ่งทำให้พัดดูแย่ในสายตาเพื่อนคนอื่นอีกว่าเราชอบคุยกับผู้ชาย ชอบอยู่ติดกับผู้ชาย...เฮ้อ...ลืมๆมันไป เดี๋ยวจะเครียดอีก...วันนี้ขอบคุณครูรักษ์และครูทุกๆคนนะคะที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้คุยกัน ทำความรู้จักกันมากขึ้น เข้าใจกันดีกว่าเดิม ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ให้เวลาเราปรับตัว พัดเชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ’ สาวแก้มป่องถอดแว่นสายตาลงข้างเตียงพร้อมกับสมุดบันทึกแล้วล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ...แต่! “เพื่อนๆทุกคน...(บรรดาสาวๆในห้องนอนหันหน้ามาหาเธอ)ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะ” เธอกระชากตัวลุกขึ้นมาบอกฝันดีกับเพื่อนร่วมห้องก่อนจะล้มตัวลงนอนไปอีกครั้ง “ฝันดีเช่นกัน” เพื่อนสาวในห้องต่างยิ้มและตอบกลับมาก่อนจะล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกัน “ฝันดีด้วยสาวๆ” เสียงโจแทรกเข้ามาที่ห้องนอนหญิงและตามมาด้วยหนุ่มๆทั้งหลายในห้องนอนชาย “จ้า...” หญิงสาวทุกคนพร้อมใจกันตอบกลับไป และแล้วความเงียบก็เข้ามาเยือน ทุกอย่างหยุดนิ่ง เข้าสู่การพักผ่อนอย่างสงบของนักล่าฝันในบ้านสารินเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่เช้าวันใหม่ของการล่าฝันในวันพรุ่งนี้ รักพาเราไปหึง
‘ก่อนเข้านอนวันนี้พัดขอเขียนหาแม่ดีกว่า...พัดอยู่บ้านแห่งการล่าฝันเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วนะ พัดเริ่มสนิทกับเพื่อนๆได้บ้างแล้ว แต่บางคนพัดยังต้องใช้เวลาในการคบหา เพราะเข้าใจดีว่ามันเป็นเพราะอะไร อย่างที่พัดเองก็รู้ดีและแม่ก็เตือนพัดอยู่เสมอ...พัดจะพยายาม สัปดาห์นี้เป็นเพลงคู่คะ ได้ร้องคนละ 2 เพลง พัดได้คู่กับพี่ลูกตาลในเพลง “ก็หมวยนี่คะ ของ China Dolls” และกับพี่มายเพลง “หากันจนเจอ ของพี่กบ ทรงสิทธิ์กับพี่กบ เสาวนิตย์” พัดโชคดีที่ได้คู่กับคนที่พัดสนิทด้วยและอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เสาร์นี้แม่ต้องมาดูพัดนะ พัดจะสู้อย่างสุดกำลังเลย...ราตรีสวัสดิ์คะ’ หญิงสาวเก็บสมุดไว้ข้างเตียงและล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจไม่นานนักก็หลับใหลเข้าสู่ห้วงนิทรา - หลายวันต่อมา – ในคลาสแอ็คติ้งวันนี้เรียนการตีความจากเพลง และได้สลับคู่สลับเพลงกันร้อง... พัดชาคู่กับบอยในเพลง “เล็กๆน้อยๆ” โจทย์เพลงคู่ของว่านกับกุ๊กไก่ ในช่วงซ้อมก่อนปฏิบัติจริง ทั้งพัดและบอยดูจะเก้ๆกังๆกันน่าดู เพราะสองคนนี้เพิ่งจะมารู้จักกันอย่างจริงๆจังๆเป็นครั้งแรกแม้ว่าจะอยู่ร่วมบ้านกันเข้าสัปดาห์ที่ 3 แล้วก็ตาม “พี่บอย เดี๋ยวพัดจะทำแบบนี้นะ พี่บอยก็เข้ามารับเลยนะ มันจะได้เนียนๆ” พัดชาเตี๊ยมกับบอยพร้อมกับทำท่าทางไปด้วย “อ่ะ แล้วพอพี่เข้ามาจังหวะนี้ พัดชาก็ทำอย่างนี้นะ เดี๋ยวพี่ต่อของพี่เองเลย ตามน้ำกันไป” บอยยิ้มกว้างให้เธอ ขณะที่พัดชาและบอยซุ่มซ้อมกันนั้น สายตาคู่หนึ่งก็จับจ้องมาที่สาวพัดชาที่กำลังซ้อมเพลงกับบอยด้วยความสนุกสนาน ‘แค่ซ้อมทำไมต้องจับไม้จับมือด้วยฟร่ะ...พี่บอยอย่าถึงเนื้อถึงตัวเด้!...พัดชา เธออย่าทำสนิทสนมกับพี่บอยถึงขนาดนั้นสิ...ทำไมไม่เป็นเราว้า...’ “...ว่าน! ฟังที่อ๊อฟพูดอยู่รึเปล่า?” เสียงหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นแทรกความคิดของเขาในทันที “ห๊ะ! อะไร พูดอะไร ขออีกที” ว่านตกใจรีบหันมาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขา “อ๊อฟบอกว่า เราสองคนมาทำท่าแบบนี้ดีกว่า” อ๊อฟพูดเสร็จก็รีบทำท่าทางอย่างตื่นเต้นและทะเล้นในอารมณ์ ว่านมองอย่างขำๆกับบุคลิกซ่อนเร้นของอ๊อฟ หลังจากอ๊อฟสาธิตท่าเต้นเสร็จ “ว่าแต่เมื่อกี้ เหม่อคิดถึงใครอยู่...รึว่าแอบมองใครในบ้านนี้อยู่ล่ะ” อ๊อฟไม่ลืมที่จะถาม “เฮ้ย! เราแค่คิด...เอ่อ...คิดท่าเต้นอยู่น่ะ อยากให้มันได้ฟิว...ก็เท่านั้นเอง” “เหรอ...ทำให้ดูหน่อยดิ ที่ว่านคิดไว้น่ะ” ‘อ้าว...ซวยเลย...เอาไงดี...’ ว่านคิด หลังจากครุ่นคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็ว “ดูนะ” ว่าแล้วว่านก็เต้นลืมอายในทันทีเพื่อปกป้องความลับบางอย่างในใจ เรียกเสียงฮาของอ๊อฟได้สำเร็จ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทั้งอายทั้งกลัวในเวลาเดียวกัน เมื่อซ้อมไปได้พักใหญ่ๆ ครูก็เรียกรวมเหล่านักล่าฝันในทันที “โอเค ครูว่า น่าจะลงตัวแล้ว ไม่ต้องไม่เคร่งกับอะไรมากมาย เราแค่ตีความจากเพลงเท่านั้น ลองทำอะไรโดยที่ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นอิสระ ปล่อยอารมณ์ ความรู้สึกไปกับเพลง ไปกับคู่ของเรา แล้วมันจะดีเอง” เมื่อมาถึงคู่ของพัดชาและบอย กับโจทย์เพลงเล็กๆน้อยๆของว่านและกุ๊กไก่ ทั้งสองดูผ่อนคลายขึ้นมากกว่าเก่า ดูสนิทกันมากขึ้น เมื่อเพลงดำเนินไป ทั้งคู่ก็ร่วมร้องร่วมเต้นด้วยกันสนุกสนาน เพื่อนๆในห้องต่างก็สนุกไปด้วย เว้นแต่ชายหนุ่มเคราแพะคนเดิมที่ดูท่าจะไม่จอยด้วยซะแล้ว ‘เอ่อ เอาเข้าไป จับกันเข้าไป มือน่ะ...อย่ามองกันด้วยสายตาแบบนั้นสิ เครียดเลยนะเนี่ย(เขามองหนุ่มสาวที่อยู่ตรงหน้ากำลังตีโจทย์เพลงอยู่อย่างรื่นเริง)เอ้า โอบอีก เออ ไม่เคยหรอกนะที่ว่าจะมียั้งบ้าง...(เขาเหล่มองไปที่เพื่อนที่อยู่รอบข้าง)ชอบใจกันใหญ่ เชียร์กันเข้าไป...(เขาเกาหัวอย่างเซ็งๆ)เซ็งโว้ยยย’ หลังจากที่เพลงจบลง เสียงปรบมือจากเพื่อนๆก็พร้อมใจกันเทให้กับพัดชาและบอย จะมีเพียงว่านเท่านั้นที่ไม่ค่อยเต็มใจที่จะปรบมือให้ เขายิ้มกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้ใครสงสัยต่อความรู้สึกของเขาทีมีต่อพัดชา แต่ดูเหมือนว่าจะปกปิดทีมงานเรียลลิตี้ในห้องควบคุมไม่ได้ซะแล้ว... July 29 รักพาเราไปตัวของตัวเอง...ที่ใครๆไม่ชอบ
‘สัปดาห์ที่สอง มิวต้องออกจากบ้านไปอีกคน ทำไมต้องมีคนทยอยออกจากบ้านที่ละคนๆแบบนี้ด้วย พวกเราน่าจะอยู่ด้วยกันจนจบซีซั่น...สู้ต่อไปนะมิว สู้ต่อไปนะโอ๋...พัดจะพยายามให้มากกว่านี้เพื่อคนที่สนับสนุนพัด จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน...วันนี้วันอาทิตย์...วันที่ได้พักกายและใจ พัดคิดไว้อยู่แล้วว่าผลที่ออกมาต้องเป็นแบบนี้ พัดเชื่อมั่นในตัวเองสูง พัดเป็นตัวของตัวเอง เป็นคนพูดอะไรตรงๆ จนทำให้คนเกลียด พัดชินแล้ว...แต่ทำไมถึงต้องเสียใจในความเป็นตัวเองแบบนี้ด้วย รู้สึกโดดเดี่ยว เหมือนถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง...’ สาวแก้มป่องจดบันทึกความรู้สึกในใจลงสมุดเช่นทุกวัน เมื่อสิ้นสุดการเขียน เธอหยิบรีโมตเพื่อเปิดเพลงโปรดฟังเพียงลำพังในห้องนั่งเล่นเนื่องจากยังไม่มีใครตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์ ‘อาจจะเห็นว่าฉันยังยิ้ม หัวเราะได้ทุกนาที อาจจะเห็นฉันมีชีวิตดีดี เหมือนคนไม่เป็นไร แต่ลึกๆแล้วใครจะรู้ ถึงแม้ฉันมีความสุขเท่าไหร่ ความจริงวันนี้ข้างในหัวใจยังเป็นอย่างเดิม...’ เพลงเจ็บจนวันนี้ของบอดี้สแลมบาดลึกเข้าไปในจิตใจที่ซ่อนความอ่อนแอไว้...ไม่มีใครสามารถรับรู้ความรู้สึกนี้ได้ดีเท่ากับตัวเธอเอง ‘ยัยทอมนี่เป็นอะไร ทำท่าอย่างกับคนจะร้องไห้ เปิดเพลงจะดังเชียว เพลงเศร้าอีกตังหาก อกหักป่าวว้า...เอ๊ะ! หรือว่าพัดมันจะแอบชอบมิว...เฮ้อ...ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงปกตินี่หว่า...หนอย!!...แล้วทำไมต้องชอบมิวด้วยฟร่ะ...เฮ้ย! แล้วนี่เราโล่งใจเพราะรู้ว่าพัดเป็นผู้หญิงทำไม แล้วทำไมต้องโมโหด้วย...ฮึ่ม!!!...’ “โอ๊ยยย...เลิกคิดๆ” เสียงของว่านดังออกมาจนพัดต้องหันไปมอง จึงเห็นว่าเขายืนอยู่หน้าเปียโน ซึ่งตั้งอยู่หลังโซฟาแดงถัดออกไปอีกหน่อย เห็นชายหนุ่มทำท่าทางแปลกๆ “เป็นอะไรล่ะนั่น ไม่มีคนเล่นด้วยเลยต้องทุบหัวตัวเองหรือไง” พัดถาม “...ปล่าววว...ดูผิดแล้ว...ใครจะบ้าทุบหัวตัวเอง” “...แล้วพัดล่ะ เป็นอะไร? เปิดเพลงซะเศร้าขนาดนี้” “..........(เงียบไปนาน)เปล่า...พัดชอบฟังเพลงนี้” ‘ฮึ้ย!...ยังจะโกหกอีกนะ ดูก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น ไม่บอกก็ไม่เป็นไร...ฮึ้ม!! น่าโมโห…หงุดหงิด!!’ ว่านคิด ก่อนที่เขาจะเดินออกจาห้องนั่งเล่นไปสาวพัดชาเรียกรั้งเขาไว้ “ว่าน...(เขาหันมา)นายเกลียดเรารึเปล่า?” หญิงสาวมองชายหนุ่มเพื่อรอฟังคำตอบ เขาเดินเข้ามานั่งข้างๆเธอ “ถามทำไม?” “พัดแค่อยากรู้ว่าว่านเกลียดพัดรึเปล่า...ตอบมาสิ” “ไม่รู้สิ...เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน” “....................” พัดชานิ่งคิดอะไรบางอย่าง “..........เป็นอะไรรึเปล่า?” “....................” พัดชายังคงนิ่งอยู่ เหมือนไม่ได้ฟังที่ว่านถาม “แล้ว...ว่านว่าพัดเป็นคนนิสัยไม่ดีรึเปล่า” ว่านมองหน้าพัด แล้วครุ่นคิดหาคำตอบ “...ไม่รู้สิ” หญิงสาวมองหน้าค้อนเขาทันที “นี่นาย!...เอ้อ...พัดคงไม่มีตัวตนอยู่ในบ้านนี้เลยเนอะ ไม่อยู่ในสายตาคน ในสายตาใครๆเลย" พัดชาโมโหจะต่อว่าว่านที่ไม่คิดจะตอบคำถามของเธออย่างจริงจังแต่ก็เปลี่ยนใจพูดจาน้อยใจแทน คำพูดของพัดชาทำให้ว่านหันมามองเธออย่างจริงจัง “เป็นอะไรรึเปล่า...บอกว่านได้นะ...คือ ที่ว่านพูดแบบนั้น เพราะ พัดกับว่านเพิ่งรู้จักกันไม่นาน จะเอามาตัดสินไม่ได้หรอกว่าเกลียดหรือไม่เกลียด แล้วที่ถามว่าพัดนิสัยไม่ดีรึเปล่า ว่านก็เห็นว่าพัดยังไม่ได้ทำอะไรให้ว่านโกรธหรือทำตัวมีปัญหากับใครๆ ว่านสรุปไม่ได้หรอก...เรายังต้องรู้จักกันมากกว่านี้(มองเธอนัยน์ตาซึ้งที่แฝงความรู้สึกบางอย่าง)...แล้วพัดชาจะบอกว่านได้รึยังว่าเป็นอะไร” ชายหนุ่มรอคำตอบและดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจว่าพัดชายังไม่ต้องการจะบอกอะไรเขาในตอนนี้ “..........โอเค...(เขาแตะไหล่เธอ)ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาคุยกับว่านได้นะ การมีเพื่อนสักคนไว้คุยตอนเราไม่สบายใจมันดีกว่าการคิดอยู่คนเดียว” ว่านมองพัดสักพักแล้วเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป ‘เป็นอะไรของมันฟร่ะ ทำไมบอกเราไม่ได้ ทำไมไม่คุยกับเรา...’ “เฮ้อ...” ว่านคิดและถอนหายใจออกมาขณะเดินกลับไปที่ห้องนอนเพื่อนอนต่อ ‘ทำไมเราไม่บอกเขาไปนะ หรือเป็นเพราะเรากลัว...เราไม่กล้าบอกความจริงออกไป เพราะกลัวเขาจะรังเกียจเรา และตีตัวออกห่างจากเรา...ความเป็นตัวเองของเราไม่เป็นที่ชื่นชอบของใครเลยใช่ไหม!??’ “เฮ้อ...” พัดชาคิดโทษตัวเองและถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ July 27 รักพาเราไป
มีเธอ
“อ๊ากกก...ทำไงละเนี่ย...” สาวร่างเล็กถึงกับสติแตกโวยออกมาเพียงลำพังในห้องกินข้าวหลังได้รับโจทย์ในช่วงเช้าของวันจันทร์ “จะจำได้ไหมเรา...ไอ้พัดเอ๊ยยย...” “...บ่นอะไรอยู่คนเดียวพัดชา...กินไม่อิ่มรึไง” เสียงชายหนุ่มลอยมาก่อนเห็นตัว เธอหันไปมอง พบชายหนุ่มหน้าตี๋เดินเข้ามาในห้องกินข้าว “ว่าน...(เสียงอ้อนอย่างไร้เดียงสา)ดูเพลงพัดดิ...ภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย จะจำได้หมดรึเปล่าเนี่ย เดี๋ยววันคอนเสิร์ตได้ฮาแตกแน่” “โหย...คิดมาก นี่เพิ่งวันจันทร์เอง ยังมีเวลาอีกเยอะ” “แต่พัดไม่มั่นใจเล้ยยย...กลัวไปหมด” “เป็นเล่นไป...จิตตกแต่วันเลยนะ” “....................” พัดชาเลือกไม่ตอบกลับ นั่งหน้ามุ่ยต่อไป ว่านมองเธอจากทางด้านหลัง เมื่อเขาหยิบน้ำในตู้เย็นออกมาหนึ่งขวด “...เฮ้ย! ตกใจหมด แกล้งพัดเหรอ” ว่านเอาน้ำเย็นเจี๊ยบจากในตู้เย็นที่เพิ่งหยิบออกมาไปอิงกับแก้มของเธอ...เขาหัวเราะชอบใจใหญ่ที่เห็นเธอสะดุ้งจนหลุดคำอุทานห้าวๆเกินความคาดหมายของเขา ‘ผู้หญิงคนนี้แปลก...ถ้าเป็นคนอื่นต้องร้อง ว๊ายยย แล้ว...คนนี้มาแปลก...เป็นทอมชัวร์’ ชายหนุ่มมองหน้าเธอแล้วคิดในใจ ‘ตาบ้านี่...เห็นเงียบๆนึกว่าจะเป็นคนน่ากลัวอย่างที่เห็นภายนอก ที่ไหนได้แสบจริงๆ...ฉันต้องมองนายใหม่แล้ว...นายว่าน’ หญิงสาวก็มองตอบชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องพร้อมกับคิดในใจเช่นกัน - ห้องนั่งเล่น - พัดชาเลือกที่จะซ้อมเต้นเพลงโจทย์ของเธอเพียงลำพังในห้องนั่งเล่นกลางดึกหลังจากหมดคลาสเรียนแล้ว เธอพยายามคิดท่าเต้นคร่าวๆเอาไว้เสนอกับครูในคลาสแดนซ์วันพรุ่งนี้ ในระหว่างที่ซ้อมอยู่นั้น สองหนุ่มโจ ว่านก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พัดชายังคงเต้นต่อไป จนหนุ่มดำเข้ม โจ เข้ามาร่วมเต้นไปกับเธอด้วย เท่านั้นแหละ เธอหลุดก๊ากในทันทีกับท่าเต้นของหนุ่มผิวหมึก ท่าทางที่เก้ๆกังๆเรียกเสียงฮาจากเธอได้ไม่ยาก ส่วนหนุ่มเคราแพะอย่างนายว่านขอนั่งดูเพื่อนทั้งสองเต้นอย่างสนุกสนานก็พอแล้ว ‘ยัยนี่เป็นทอมชัวร์เลย ไม่เหมือนผู้หญิงสักนิด นี่เราสนใจทอมเหรอเนี่ย...ไม่ ไม่ ไม่...เราแค่แปลกใจในตัวผู้หญิงคนนี้เท่านั้นเอง เราแค่ไม่เคยพบผู้หญิงที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้มาก่อนก็แค่นั้น...อย่าคิดๆ...พอๆๆ...’ ชายหนุ่มเกิดความสับสนขึ้นภายในระหว่างสมองและหัวใจของเขา...ครั้งนี้มันกลับไม่ได้ไปทางเดียวกันซะนี่ ‘นายมองอะไรฉันอยู่ฮึ! จ้องอยู่ได้...บ้า!...เอ๊ะรึว่าเราเต้นท่าแปลกๆ มันเลยดูตลกๆ บวกกับท่าเต้นของพี่โจแล้วยิ่งเข้ากั๊น...เข้ากัน คงพิลึกจนนายนี่มองเขม็งเลย...เขินน้า...อย่ามองสิ...” พัดชาเห็นว่านมองเธอไม่ละสายตานึกหมั่นไส้และเขินอายขึ้นมาในทันทีเธอพยายามเต้นเลี่ยงๆไปหลบอยู่หลังโจ พยายามไม่หันไปสบตาเขา กลัวว่าถ้าเผลอมองเมื่อไหร่ความรู้สึกบางอย่างในใจเธอจะหลุดออกมาให้เขารับรู้ รักพาเราไป
คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว
“...ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป ยังอ้างว้างยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้ไหม...คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว...” “ครูกานต์! พัดตื่นเต้นจังเลย เวทีแรกของชีวิตพัดเลยนะเนี่ย” หญิงสาวประหม่านั่งท่องเนื้อเพลงที่จะใช้แสดงบนเวทีคอนเสิร์ตสตูดิโอมูนสตาร์อยู่หลายต่อหลายครั้งระหว่างอยู่ในห้องพัก “ตั้งสติๆ ความตื่นเต้นไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าไม่มีนี่สิน่าห่วง” ครูกานต์พูดเพื่อช่วยให้เธอลดความตื่นเต้นลง สัปดาห์แรกของนักล่าฝันรุ่นที่ 2 กับโจทย์เพลงออดิชั่น หลังจากที่ฟิตซ้อมกันมาตลอด 5 วัน และวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของพวกเขา “วันนี้เป็นวันของเรา ทำโชว์ออกมาให้ดีที่สุด และขอให้ทุกคนจดจำวันนี้ไปจนวันตาย...ใครที่ต้องออกจากบ้านไปก็ไม่ต้องเสียใจ ห้ามละทิ้งความฝันและความมุ่งมั่นเด็ดขาด(ครูกานต์กวาดสายตามองเด็กๆแต่ละคนที่ยังรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าอย่างเข้าใจ)...เอาล่ะ! มารวมกันหน่อยเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กันและกัน(เรียก 12 นักล่าฝัน กอดคอล้อมเป็นวงกลม)...ขอให้ทุกคนทำให้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย เพื่อตัวเอง...เพื่อคนที่เรารักและรักเรา...แค่นั้นพอ(ทั้งหมดกุมมือกันกลางวงล้อมและตะโกนอย่างสุดเสียง... “AF2สู้!” )...โอเค...ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วอีก 5 นาทีจะเริ่มการแสดง...ทำให้ครูและทุกคนเห็นถึงความตั้งใจของพวกเรากันหน่อย...สู้!” ครูกานต์เรียกแรงจูงใจให้เด็กๆทุกคนพร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งที่เฝ้ารอมาโดยตลอด “บนทางเดินแห่งความฝันนี้ อาจไม่มีพรมแดงปูทาง อุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกิน แต่จุดหมายปลายทางของใจ จุดพลังให้ฉันมีแรงก้าวไป ฝันนั้นไกลแค่ไหนจะไขว่คว้า...บนทางเดินที่ดูยาวไกล กายและใจยังคงเดินไป จะไม่มีวันไหนที่หันหลังกลับ อาจจะล้มจะมีน้ำตา ก็จะลุกขึ้นมาด้วยตัวฉันเอง ฉันมั่นใจกับทางที่เลือกเดิน...สักวันจะเป็นดั่งฝันใฝ่ จะทำให้ได้...เหนื่อยสักเท่าไหร่ทุ่มเทกายใจ...ให้ดั่งฝัน...” เพลงเปิดตัวนักล่าฝันสุดอลังการ การแสดงบนเวทีผ่านไปด้วยดีจนกระทั่ง... “ว่าน...พัดตื่นเต้นจังเลยอ่ะ มือพัดเย็นหมดเลยเนี่ย...” หญิงสาวจับมือตัวเองทั้งซ้ายและขวาสลับกันไปมาอยู่ข้างเวทีที่นั่งพักของนักล่าฝันระหว่างที่เพื่อนคนอื่นแสดงโชว์อยู่ “ว่านก็เป็น...พัด...เนี่ยเหงื่อแตกพลั่กๆเลย” ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้กับหญิงสาวเช่นเดียวกันเธอก็ยิ้มหวานโต้ตอบกลับไป “มาถึงอีกหนึ่งนักล่าฝัน เธอคนนี้แค่เอ่ยชื่อก็เย็นแล้วครับ...น้องพัดชา...V 6...” ทันทีที่อาต้อย เศรษฐา พิธีกรประจำของAcademy Fantasiaประกาศชื่อเธอเสียงตบมือและเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นโดยอัตโนมัติ...ใช่แล้ว...ถึงเวลาของเธอแล้วที่จะต้องแสดงฝีมือการร้องเพลงอย่างสุดกำลัง ‘อย่าตื่นเต้นๆ...ไอ้พัดเอ๊ยยย...แกจะร้องเพลงอยู่แล้วนะ(เธอพร่ำพรรณนาอยู่ในใจขณะเดินไปหาพิธีกรเพื่อสนทนาก่อนการแสดงจะเริ่มขึ้น)โอ้ยยย...ทำไมขามันสั่นแบบนี้ว้า...อาต้อยตัวเป็นๆตัวจริงมาปรากฏตัวให้เห็นแล้ว...ฮ๊ากกก...’ “สวัสดีคะ” “สวัสดีครับ...ตื่นเต้นไหมครับ” “...(เสียงสั่นเล็กน้อย)...มากเลยคะ แต่จะพยายามคุมสติให้อยู่อย่างที่ครูกานต์บอกคะ” “ดีแล้วครับ พยายามผ่อนคลายทุกอย่าง อย่าเกร็ง มันจะทำให้เรารู้สึกดีมากขึ้น...เอาล่ะ!วันนี้น้องพัดชามีเพลงอะไรมาแสดงให้ผู้ชมกัน” “เพลงของพี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม คะ ชื่อเพลงว่า คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว” เธอเริ่มผ่อนคลายขึ้นหลังการพูดคุยอย่างเป็นกันเองของอาต้อย พิธีกรมืออาชีพ “ครับ...และนี่คือ คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว น้องพัดชา...V 6...” หลังสิ้นคำประกาศแสงไฟในคอนเสริต์มืดลงนั่นหมายถึงการแสดงของเธอกำลังจะเริ่มในไม่ช้า “...ตั้งแต่ครั้งนั้นที่เธอไม่อยู่ ชีวิตดูเปลี่ยนไป ยังอ้างว้างยังเสียใจ เหลือเพียงแต่ความเงียบเหงา ยังคิดถึงวันที่ผ่าน วันที่มีแต่เรา แต่วันนี้มันว่างเปล่าเหงาจับใจ คิดถึงเธอรู้ไหม...คิดถึงเธอทุกทีที่อยู่คนเดียว...” สิ้นเสียงดนตรีจบ เสียงตบมือและเสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั้งฮอลล์เพราะทึ่งในพลังเสียงของเธอ... และในวันนั้นโอ๋ก็เป็นผู้ที่ต้องออกจากบ้านไปเป็นคนแรก ส่วนที่เหลือยังต้องล่าฝันกันต่อไปในสัปดาห์ที่สอง July 26 รักพาเราไป
เส้นทางสู่ฝันที่เป็นจริง
‘...ติ่น 8 โมงเช้า ทำกิจส่วนตัว เรียนร้อง เต้น การแสดง ซ้อมเพลงโจทย์ประจำสัปดาห์ ทำกิจส่วนตัว เข้านอน...เนี่ยแหละกิจวัตรประจำวันตลอด 3 เดือนเพื่อทำฝันให้เป็นจริง! สู้นะพัดชา เธอต้องทำได้...แต่ว่าวันนี้เหนื่อยจังเลย ยังไม่ชินสักที อยู่มา 3 วันแล้ว คิดถึงแม่มากๆ อยากกอดแม่จัง...เฮ้อ!..........’ หญิงสาวเขียนบันทึกลงในสมุดเล่มโปรดที่ติดตัวอยู่ตลอดเวลา - เช้าวันต่อมา – “น้องพัด! ตั้งใจซ้อมหน่อยสิ ถ้าน้องพัดไม่ตั้งใจ น้องพัดจะทำได้เหรอ คนดูจะยังอยากดูน้องพัดอีกมั้ย! เชื่อสิ...ถ้าน้องพัดยังเป็นแบบนี้อยู่ไม่ปรับปรุงตัว ไม่คิดจะแก้ไข น้องพัดจะไม่เป็นที่จดจำของคนดูเลย...” ครูเป็ดต่อว่าพัดชาในคลาสซ้อมบล็อคกิ้งต่อหน้าครูอีกหลายคนและเพื่อนๆอีก 11 คน หญิงสาวน้อมรับคำว่ากล่าวของครูด้วยสีหน้าทะเล้นกลบเกลื่อนความรู้สึก “ฟังที่ครูพูดอยู่รึเปล่า! (ครูเป็ดตวาดด้วยความโมโห) ครูซีเรียสนะน้องพัด อย่ามาทำเป็นตลกนะ ครูไม่ขำด้วย รู้มั้ย!ว่าน้องพัดดูเป็นยังไงในสายตาครู...ครูยอมรับนะว่าน้องพัดเรียนร้องเพลงมา น้องพัดร้องเพลงเพราะ ร้องเพลงเก่ง แต่ว่าในเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ น้องพัดต้องเปิดรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ แม้ว่าตัวน้องพัดเองจะไม่ถนัด ไม่ชอบ แต่ทุกอย่างที่สอนไปมันมีความจำเป็น มีความสำคัญต่ออาชีพนี้ ต่อวงการนี้ จะมาทำเป็นเล่นไม่ได้ ครูทุกคนสอนด้วยความตั้งใจอยากให้เด็กที่เข้ามาเรียนได้ความรู้อย่างเต็มที่ เราเป็น 1 ใน หมื่นที่ได้เข้ามาทำฝันให้เป็นจริง ทำไมไม่คว้าโอกาสนั้นไว้ล่ะ..........(เด็กสาวก้มหน้านิ่งดูหม่นหมอง) แล้วเรื่องเรียนร้องเพลงก็เหมือนกัน ใช่ว่าเราเคยเรียนมาแล้ว เราเก่งแล้ว ไม่ต้องสนใจมันก็ได้นะ...ครูขอบอกตรงนี้เลยละกันว่า เทรนเนอร์ทุกคนจะประชุมกันทุกวันเพื่อสรุปว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร มีพัฒนาการในแต่ละวันอย่างไร ครูสอนร้องเพลงทุกคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า น้องพัดน่ะ เวลาเรียนร้องเพลงจะไม่ค่อยตั้งใจ ทำเหมือนฉันรู้อยู่แล้ว ฉันทำมาเยอะแล้ว ฉันพอแล้ว ให้คนอื่นๆทำไปเถอะ...น้องพัดรู้มั้ยว่า ความสามารถของคนเราน่ะพัฒนาได้ไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเรียนมาก ซ้อมมากก็ยิ่งเก่ง เช่นเดียวกันมันก็ด้อยคุณภาพลงได้เช่นกัน ถ้าเราไม่ขยันซ้อม...การเชื่อมั่นในตัวเองเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แต่เราก็ไม่ควรทิ้งความตั้งใจ ความขยัน ทิ้งความรู้สึกของครูทุกคน ของเพื่อน ของครอบครัว และคนที่เขาสนับสนุนเรา...ที่ครูพูดเพราะครูรักและหวังดีกับน้องพัด อยากเห็นลูกศิษย์ไปถึงฝั่งฝัน...เข้าใจไหมคะน้องพัด...” หญิงสาวพยักหน้ารับโดยที่ไม่ยอมเงยหน้ามามองครูเป็ดที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลย “น้องพัดเงยหน้ามองครูเป็ดซิ!...(ครูสาวเข้าใจดีว่าตอนนี้ลูกศิษย์ของเธอที่ถูกครูดุจะรู้สึกอย่างไร)...(ลูกศิษย์สาวถอดแว่นสายตาออกมาเพื่อเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างขณะที่ยังก้มหน้าอยู่)...น้องพัดต้องเข้มแข็งนะ เราเข้ามาอยู่ในอาชีพนี้ น้องพัดต้องฟังความเห็นของทุกคน ไม่ว่าเขาจะมาด้วยรูปแบบไหนก็ตาม เราต้องรับฟัง เขาพูด เขาด่าว่าเพราะน้องพัดอยู่ในสายตาของเขา อยู่ในความสนใจ ทุกคนอยากเห็นน้องพัดไปในทางที่ดี...(ครูเป็ดเชิดหน้าพัดขึ้น)...มาเรามากอดกันนะน้องพัด ครูเป็นกำลังใจให้น้องพัดเสมอนะ...” เสียงสะอื้นไห้ของเด็กสาวพรั่งพรูออกมามากมาย ครูสาวกอดและปลอบโยนเธอด้วยคำพูดที่จะช่วยสร้างกำลังใจให้เธอ สอนเธอให้เข้าใจถึงการดุด่ากันในครั้งนี้ เพราะครูสาวนั้นมีความหวังดีต่อเธอด้วยใจอันบริสุทธิ์ “พัดขอโทษคะครู พัดจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น...ขอบคุณนะคะครูที่สอนพัด ทั้งๆที่พัดเป็นคนแบบนี้ ทำให้พัดรู้สึกตัวได้สักที...พัดขอโทษนะคะ...” เสียงร่ำไห้ของเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของครูผู้ให้ประจักษ์ความซึ้งตรึงใจแก่ครูท่านอื่นและเพื่อนๆในบ้าน รวมถึงคนดูทั้งประเทศที่ดูผ่านทางทีวีเคเบิ้ล รักพาเราไป
นักล่าฝัน
..........“พัดชาคะ อายุ 20 เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากกก...(เน้นเสียงสูง) จนคนมองว่าพัดหยิ่ง แรง ปากเสีย พูดมาก และอีกสารพัด...มันเป็นข้อเสียของพัดที่อยากจะมาปรับปรุงตัวเองใหม่หร้อมกับการทำฝันให้เป็นจริง...ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนคะ” สาวร่างเล็กกล่าว “ผมว่านครับ อายุ 20 เป็นคนง่ายๆเรื่อยๆครับ เชื่อง น่ารัก...(เสียงฮาจากนักล่าฝันคนอื่นๆทันทีที่พูดจบ)” หนุ่มตาหยียิ้มกรุ่มกริ่ม “บอย พิษณุครับ อายุ 28 เห็นผมแบดบอยแบบนี้ แต่จริงๆแล้วผมเป็นคนอ่อนไหวมากครับ เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ขี้เล่น...ประมาณนี้แหละครับ” หนุ่มล่ำยิ้มอายๆ “แนะนำตัวครบหมดทั้ง 12 คนแล้วนะครับ ต่อจากนี้ครูก็ขอให้ทุกคนสร้างความสนิทสนมกัน รักและช่วยเหลือกัน เรามีกันอยู่แค่นี้ในบ้านหลังใหญ่ที่ต้องอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง นานถึง 3 เดือน และขอให้ทุกคนตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูทุกคนสอน นึกถึงตัวเอง นึกถึงครอบครัว คนที่เรารัก และคนดูที่เขาเสียเวลา เสียเงินในการโหวตให้เราทำฝันให้เป็นจริง” ครูดุ๊กกล่าวปิดท้าย July 25 รักพาเราไป
บทนำ
‘ฉันรักเธอ...รักจนข่มใจทุกครั้งที่ใกล้ชิด...ใครก็ตามที่ล่วงรู้ว่าฉันรู้สึกอย่างไรกับเธอ ฉันก็จะไม่หลุดปากพูดคำว่ารักออกไปอย่างเด็ดขาด...แม้คนๆนั้นจะเป็นตัวเธอเองก็ตาม...เพราะกลัวความแปรเปลี่ยนระหว่างเรา สถานะที่เรียกกันว่าเพื่อนสนิท’
‘ผมรักคุณ...และเชื่อว่าคุณก็คิดเหมือนกัน...ผมมั่นใจในลางสังหรณ์ที่มีชื่อว่า “รักแรกพบ” ตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้วระหว่างผมกับคุณ...เราไม่จำเป็นต้องเอื้อนเอ่ยคำว่ารักหรือแสดงออกถึงความรักที่มีให้กัน...เพราะผมรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี’
‘ผมรักคุณ...แม้รู้ถึงสายสัมพันธ์แห่งความรู้สึกของคุณทั้งสองอยู่แล้ว...แต่ทำยังไงได้...หัวใจผมมันเรียกร้องเหลือเกิน...มันเรียกหาแต่คุณ...ผมเฝ้ารอความรักจากคุณ...ที่อาจจะมีสักครั้งที่รักนั้น...จะเผื่อแผ่มาให้ผมบ้าง…คุณว่ามันจะมีวันแบบนั้นบ้างไหม?’ |
|
|